8/1/07

รูปมาเลย์ๆๆๆๆ อย่าพึ่งคิดนะค่ะว่า "นี่ไม่เกี่ยวกับวิชาสังคมสักหน่อย" ที่เราไปเกี่ยวกับวิชานี่ล้วนๆเลยน้า~~ ที่ว่าเกี่ยวหหนะนั้นก็คือการเรียนรู้วัฒนธรรมนั้นเองค่ะ

บรรยากาศบนรถ จากเดชะ-นาหม่อม

บนรถของมาเลย์ที่มารับเราที่นาหม่อม ^-^

เรียนอังกฤษหุๆๆ สามสาวกำลังหางานที่ครูสั่งอย่างเคร่งเครียด
เพื่อนๆมาใส่รูปเองดีกว่า เครื่องค้าเน็ตก้เร็วอ่านะ แต่เครื่องเต่าอ่า เซ็งจิต - -"

7/17/07

เทือกเขาทวีปยุโรป

งานสังคม กลุ่ม 1

1.ด.ช.อนิส เง๊าะ เลขที่ 16 ม.3/1

2.ด.ช.ภัทรพงศ์ ศิริเสถียร เลขที่ 11 ม.3/1

3.เชื้อสาย เกาหลี + จีน อะ ด.ช.ธีรวัฒน์ จำนงอนุวัตร เลขที่ 5 ม.3/1

4.ด.ญ.สุวิชญา ทิพย์มณี เลขที่ 40 ม.3/1

5.ด.ญ.บุญกาญจน์ ตันสุริยวงศ์ เลขที่ 26 ม.3/1

@_@-+เทือกเขาในทวีปยุโรป+-@_@

[ฮั][น]-[ฮ][ย][อ][ง]-[ฮ][า]-[เ][ซ]-[โ][ย]

Leader of group 1 [ James] HAh ha H

1 ) เ ทื อ ก เ ข า อู ร า ล

เทือกเขาอูราล เป็นเทือกเขายาวจากแนวเหนือ-ใต้ ตามแนวเส้นลองจิจูดที่ 60 องศาตะวันออก เป็นเทือกเขาที่ประกอบด้วยหินยุคเก่า ซึ่งผ่านกระบวนการกัดกร่อนและการพังทลายมาเป็นเวลานานทำให้มีเนินเขาเตี้ย มีความสูงประมาณ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

. . . . เ เ ม่ น้ำ ริ ม เ ทื อ ก เ ข า อู ร า ล . . . .

2 ) เ ทื อ ก เ ข า ส แ ก น ดิ เ น เ วี ย

เทือกเขาสแกนดิเนเวียเป็นเทือกเขายาววางตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยหินที่มีอายุมาก ซึ่งบางแห่งมีอายุดีโวเนียหรือเก่าแก่ คือมีอายุประมาณ 400 ล้านปี ซึ่งเป็นหินที่ทนต่อการกัดกร่อนและการพังทลาย ประกอบกับสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นจัดและมีน้ำแข็งปกคลุมตลอดเวลา ทำให้เทือกเขาสแกนดิเนเวียมีความสูงจากระดับน้ำทะเลค่อนข้างมาก

. . . .ที่ ตั้ ง ข อ ง เ ทื อ ก เ ข า ส แก น ดิ เ น เ วี ย
อ ยู่ ที่ ป ร ะ เ ท ศ น อ ร์ เ ว ย์ แ ล ะ ฝ รั่ ง เ ศ ส । . . .

3 ) เ ทื อ ก เ ข า แ อ ล ป์

เทือกเขาแอลป์ อยู่ทางทิศเหนือของประเทศอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และออสเตรีย หินที่พบมากเป็นหินตะกอนในยุคเทอร์เชียร์รี มีอายุประมาณ 30 ล้านปี มียอดเขาที่เกิดจากการกระทททำจากธารน้ำแข็งทำให้มียอดแหลม

... ย อ ด เ ข า แ ห่ ง ห นึ่ ง ใ น เ ทื อ ก เ ข า แ อ ล ป์ ...

4 ) เ ทื อ ก เ ข า แ อ พ เ พ น ไ น น์

เทือกเขาแอพเพนไนน์เป็นเทือกเขาวางตัวยาวตามประเทศอิตาลี ตั้งแต่ตอนเหนือไปจดแหลมใต้สุดของอิตาลี เทือกเขานี้มีความสูงน้อยกว่าเทือกเขาแอลป์ โดยทั่วไปจะสูงประมาณ 1,000-2,000 เมตร

5 ) เ ทื อ ก เ ข า ค า ร์ เ ป เ ที ย น

เทือกเขาคาร์เปเทียน เป็นเทือกเขาที่อยู่ทางตอนบนของยุโรปใต้ เช่น ในประเทศสาธารณรัฐเช็ก สโลวาเกียและโลมาเนีย เทือกเขาวางตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้

7/1/07

ทรัพยากรทวีปยุโรป

กลุ่มที่ 4 เจ้าเว้ย !

เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติของทวีปยุโรป

ทรัพยากรธรรมชาติ

ทรัพยากรของทวีปยุโรปมีดังนี้

ทรัพยากรป่าไม้ ป่าไม้สำคัญของยุโรป ได้แก่ ป่าไม้ผลัดใบ และป่าสน ได้แก่ ต้นฟอร์ สปรูซ ลาซ บีช แอช ไพน์ อยู่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรปแถบคาบสมุทรแกนดิเนเวีย ในเขตประเทศฟินแลนด์ ประเทศสวีเดน ประเทศนอร์เวย์ นอกจากนี้นั้นก็มีในแถบยุโรปตะวันออก ในเขตประเทศสหพันธรัฐรัฐเซีย ประเทศยูเครน ส่วนพื้นที่อื่นๆ ของยุโรปมีสัดส่วนของพื้นที่ป่าไม้น้อย เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด

ทรัพยากรแร่ธาตุ การที่ยุโรปทีทรัพยากรธรรมชาติกระจายอยู่ทั่วทั้งทวีป และบางชนิดก็มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว แร่ธาตุที่สำคัญได้แก่

ถ่านหิน --- แหล่งใหญ่ในเกาะบริเตนใหญ่ของสหราชอาณาจักร ตอนเหนือของฝรั่งเศสติดต่อไปถึงเบลเยี่ยม เยอรมนี ตอนใต้ของโปแลนด์ เขตบาสของสหพันธรัฐรัสเซีย

เหล็ก --- พบกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ และตอนกลางของอังกฤษ แคว้นลอว์เรนของฝรั่งเศส ตอนเหนือและตอนกลางของสวีเดน ตอนกลางของสเปน ยูเครน

สังกะสี –-- พบมากในเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน โปแลนด์ และอิตาลี

บอกไซด์ -- แหล่งสำคัญอยู่ในฝรั่งเศส สเปน ออสเตรีย และเฮอร์เชโกวินา กรีซ

ทองแดง --- ส่วนใหญ่จะอยู่ในคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ในเขตแระเทศนอร์เวย์ สวีเดน ทางตะวันตกของฟินแลนด์ สเปน และยูโกสลาเวีย

สำหรับแร่ธาตุทีมีปริมาณรองๆ ลงมา ได้แก่ แร่ใยหิน แกรไฟต์ ตะกั่ว เงิน ยูเรเนียม พลวง โครไมต์ แมกนีเซียม และ นิกเกิล

ทรัพยากรพลังงาน นอกจากถ่านหินแล้ว พลังงานสำคัญสำคัญในยุโรปได้แก่

น้ำมันปิโตรเลียม --- แหล่งสำคัญจะอยู่ในเขตทะเลเหนือ เขตประเทศอังกฤษ สกอตแลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของโรมาเนีย และสหพันธรัฐรัสเซีย

ก๊าซธรรมชาติ --- ส่วนมากอยู่ในเขตยุโรปตะวันตก ในฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ( ทางเหนือ ) และฮังการี ( ทางตะวันออก )

ไฟฟ้าพลังนน้ำ --- แหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำที่สำคัญของยุโรปจะอยู่ในเขตประเทศที่การอุตสาหกรรมค่อนข้างขยายตัวมาก ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ นอร์เวย์ สวีเดน และ สหพันธรัฐรัสเซีย

~ กลุ่มพวกเราขอนำเสนอ ~

ปล.ขนาดงานชิ้นที่ 1 ยังยากขนาดนี้แล้วงานชิ้นอื่นๆ ละ

เฮ้ย เส็จสะทีเหนื่อยจริงๆเลย

6/25/07

ทรัพยากรธรรมชาติยุโรป

กลุ่มที่ 4 เจ้าเว้ย ! รายงานตัวเจ้าเว้ย
1.เด็กหญิง ธนนันท์ ไตรศุภกิตติ เลขที่ 20 ม. 3/१
2. เด็กหญิง นพวรรณ รัตนเดโช เลขที่ 22 ม. 3/1
3. เด็กหญิง อักษิพร ศิลป์สอน เลขที่ 42 ม. 3/1
4. เด็กหญิง ทิพย์ธิดา ฤทธิ์ธิศักดิ์ เลขที่ 18 ม. 3/1
……………………………………
งานชิ้นที่ 1 เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติ ของทวีปยุโรป
ทรัพยากรธรรมชาติ

ทรัพยากรธรรมชาติของทวีปยุโรปค่อนข้างอุดมสมบูรณ์และมีคุณค่าดังนี้
ทรัพยากรป่าไม้ ป่าไม้สำคัญของยุโรป ได้แก่ ป่าไม้ผลัดใบ และป่าสน ได้แก่ ต้นฟอร์ สปรูซ ลาซ บีช แอช ไพน์ อยู่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรปแถบคาบสมุทรแกนดิเนเวีย ในเขตประเทศฟินแลนด์ ประเทศสวีเดน ประเทศนอร์เวย์ นอกจากนี้นั้นก็มีในแถบยุโรปตะวันออก ในเขตประเทศสหพันธรัฐรัฐเซีย ประเทศยูเครน ส่วนพื้นที่อื่นๆ ของยุโรปมีสัดส่วนของพื้นที่ป่าไม้น้อย เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด

ทรัพยากรป่าไม้ การที่ยุโรปทีทรัพยากรธรรมชาติกระจายอยู่ทั่วทั้งทวีป และบางชนิดก็มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว แร่ธาตุที่สำคัญได้แก่

ถ่านหิน --- แหล่งใหญ่ในเกาะบริเตนใหญ่ของสหราชอาณาจักร ตอนเหนือของฝรั่งเศสติดต่อไปถึงเบลเยี่ยม เยอรมนี ตอนใต้ของโปแลนด์ เขตบาสของสหพันธรัฐรัสเซีย

เหล็ก --- พบกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ และตอนกลางของอังกฤษ แคว้นลอว์เรนของฝรั่งเศส ตอนเหนือและตอนกลางของสวีเดน ตอนกลางของสเปน ยูเครน

สังกะสี –-- พบมากในเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน โปแลนด์ และอิตาลี

บอกไซด์ -- แหล่งสำคัญอยู่ในฝรั่งเศส สเปน ออสเตรีย และเฮอร์เชโกวินา กรีซ

ทองแดง --- ส่วนใหญ่จะอยู่ในคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ในเขตแระเทศนอร์เวย์ สวีเดน ทางตะวันตกของฟินแลนด์ สเปน และยูโกสลาเวีย

สำหรับแร่ธาตุทีมีปริมาณรองๆ ลงมา ได้แก่ แร่ใยหิน แกรไฟต์ ตะกั่ว เงิน ยูเรเนียม พลวง โครไมต์ แมกนีเซียม และ นิกเกิล

ทรัพยากรพลังงาน นอกจากถ่านหินแล้ว พลังงานสำคัญสำคัญในยุโรปได้

น้ำมันปิโตรเลียม --- แหล่งสำคัญจะอยู่ในเขตทะเลเหนือ เขตประเทศอังกฤษ สกอตแลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของโรมาเนีย และสหพันธรัฐรัสเซีย

ก๊าซธรรมชาติ --- ส่วนมากอยู่ในเขตยุโรปตะวันตก ในฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ( ทางเหนือ ) และฮังการี ( ทางตะวันออก )

ไฟฟ้าพลังนน้ำ --- แหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำที่สำคัญของยุโรปจะอยู่ในเขตประเทศที่การอุตสาหกรรมค่อนข้างขยายตัวมาก ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ นอร์เวย์ สวีเดน และ สหพันธรัฐรัสเซีย

~ กลุ่มพวกเราขอนำเสนอ ~ แหล่งที่มา : www.thaigoodview.com

6/12/07

งาน ม.3/1

มาดูความก้าวหน้าของงานแต่ละกลุ่ม
กลุ่ม ๗ ๖ ๕ ๓ ๒ ๑ไม่คืบหน้า มากี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม ;(
กลุ่ม ๔ เพ่กอล์ฟ เพ่ไมค์ เอาออก เอาขึ้นตัวหนังสือใหญ่เกินไป จัดยังไม่สวย แล้วก้อไม่มีภาพประกอบที่สัมพันธ์กับเนื้อหา
กลุ่ม ๒ พอโดนทักว่า ก๊อปปี้ มาส่งก็ไม่ทำอีกเลย

หวังว่าวันที่ ๑ ก.ค เสร็จแบบสวยและมีสาระทุกกลุ่มนะค่ะ

เหตุการณ์ปัจจุบัน ม.4



6/11/07

ที่สุดในโลก ม.3


ให้นักเรียนค้นคว้า "ที่สุดในโลก" คนละ 5 อย่าง (ห้ามซ้ำ)
พร้อมแหล่งอ้างอิง

วิธีคิดแบบพุทธ ม.4



วิธีคิดตัดสินใจแบบพุทธ ในยามที่เราจะต้องตัดสินใจอะไรสักอย่างหนึ่ง อย่าเพิ่งผลีผลามด่วนคิดตัดสินใจไปตามความชอบใจ หรือความไม่ชอบใจของตนเอง เพราะมีโอกาสที่จะตัดสินใจผิดพลาดได้มากชาวพุทธที่มีจิตสำนึกฝึกตน ควรฝึกฝนกระบวนการคิด 3 ขั้นตอน อันเป็นกระบวนการคิดที่จะทำให้ เราได้การตัดสินใจที่ดีที่สุด เท่าที่สติปัญญาของแต่ละคนจะสามารถทำได้ ดังมีขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 ก่อนที่จะคิดตัดสินใจกระทำอะไรลงไป ให้คิดถึงข้อดี ในสิ่งที่ต้องการจะกระทำนั้น ว่า มันมีข้อดีอะไรบ้าง แจกแจงออกมาให้หมด
ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นให้คิดถึงแง่เสีย ข้อด้อย ข้อบกพร่องของมันว่าน่าจะมีอะไรบ้าง แจกแจงออกมาให้หมดเช่นเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 3 คิดหาวิธีทางออก ทางเลือกใหม่ ๆ วิธีการที่เหมาะสม ที่ได้รับผลดีมากที่สุด โดยที่ได้รับผลเสียน้อยที่สุด

ยกตัวอย่าง อึมม์...วันนี้เราจะโดดเรียนดีไหมหว่า !
ขั้นตอนที่ 1 คิดข้อดีก่อน
1. เราจะได้ไปดูหนังให้สนุกไปเลย
2. ดีสิ..ไม่ต้องเซ็งทั้งวันกับการเรียนที่น่าเบื่อ
3. เผื่อจะได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ ที่รู้ใจกัน

ขั้นตอนที่ 2 แต่มีข้อเสียที่ว่า
1. ขืนหนีเรียน คงเรียนไม่ทันเพื่อนแน่..แถมไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก
2. สงสารคุณพ่อคุณแม่ ถ้าท่านรู้คงเสียใจแย่
3.อีกหน่อยคงถลำลึกไปเรื่อยๆ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเป็นคนดีกับเขาแน่
4. อยู่ดีไม่ว่าดี ชอบหาเรื่องเสียเงินเสียทอง

ขั้นตอนที่ 3 คิดหาทางออกที่ดีกว่า
1. คิดเอาเองค่ะ ของอย่างนี้ คิดแทนให้กันไม่ได้
2. ไม่ต้องรอคนอื่นมาคิดให้ เอาเลยค่ะ นำข้อดีข้อเสียมาชั่งกันดู
สุดท้ายจะคิดตัดสินใจหาทางออกที่ดีที่สุดกันอย่างไร มันก็เป็นผลงานจากสติปัญญาแท้ ๆ ของนักเรียนเองค่ะ..

วิธีการฝึกคิดตัดสินใจแบบพุทธ เป็นการนำหลัก พิจารณา คุณ โทษ และ ทางออก จากพระไตรปิฎก มาอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เพื่อเยาวชนคนรุ่นใหม่จะได้ "คิดเป็นทำเป็น" สมกับเป็นคนรุ่นใหม่ยุค ไอที อย่างแท้จริง

คำชี้แจง ให้นักเรียนยกตัวอย่างสถานการณ์ที่นักเรียนพบในชีวิตประจำวันที่ยากแก่การตัดสินใจ แล้วเสนอขั้นตอนกระบวนการคิดทั้ง 3 ขั้น ดังตัวอย่างข้างต้น

อ้างอิงจาก

6/10/07

ติดต่อ พูดคุย




อยากบ่น อยากระบาย สอบถามปัญหา หรือเสนอแนะอะไร ตามบายค่ะ

กลุ่มที่ 10

มาดูกันดีกว่าว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยเรากับยุโรปเป็นยังไง

ความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปกับไทย

ผลประโยชน์ ท่าทีและบทบาทของไทยในการประชุมเอเชีย ยุโรป
การประชุมเอเชีย ยุโรป (ASEM) เป็นอีกเวทีหนึ่งที่ไทยสามารถใช้

เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

สหภาพยุโรปและสมาชิก ASEM ฝ่ายเอเชียอื่นๆ ได้ ทั้งนี้ ภายหลัง

จากการประชุม ASEM 1 ที่กรุงเทพฯ ในปี 2539 ASEM ได้ริเริ่มและ

พัฒนากิจกรรมความร่วมมือมากมายในสาขาต่างๆ ที่เป็นประโยชน์

ต่อไทยและประเทศสมาชิกอื่นๆ ASEM ยังเป็นกลไกสำคัญในการ

ส่งเสริมสันติภาพความมั่นคง และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่าง

ประเทศในเอเชียและยุโรปมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การส่งเสริมความ

ร่วมมือในสาขาอื่นต่อไป อาทิ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน บนพื้นฐานของความร่วมมือที่เท่าเทียมกัน

เคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองภูมิภาคไทย

ประสบความสำเร็จในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญใน ASEM อย่างต่อเนื่อง

โดยไทยได้เสนอโครงการความร่วมมือกับประเทศสมาชิก ASEM อื่น

จำนวนหลายโครงการ อาทิ การจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม

เอเชีย-ยุโรป ในประเทศไทย การจัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมการลงทุน

(IPAP) การประชุมสภาธุรกิจเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพฯ ระหว่าง

วันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2540 แผนงานเทคโนโลยีสารสนเทศและโทร

คมนาคมเอเชีย-ยุโรป โครงการสัมมนาว่าด้วยเรื่องความร่วมมือด้าน

วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โครงการสัมมนาว่าด้วยเรื่องความ

ร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โครงการต่อต้านการ

ค้าผู้หญิงและเด็ก โครงการต่อต้านการฟอกเงิน ฯลฯ

กลุ่ม 10 เจ้าค่ะ



1 ด.ญ. มณทิชา แสวงรัฐ

2 ด.ญ.ปัทมา สุขรักษา

3 ด.ช. ตันติกร คงสาลี


4 ด.ญ.นายีหบ๊ ปาเน๊าะ





กลุ่มที่ 9

.![การเมืองการปกครองของยุโรป]!.

*:. การปฏิวัติยุโรป .:*

ต้นปี ค.ศ. ๑๘๔๘ มาร์กซ ยังอยู่ที่เบลเยียม ในขณะที่การปฏิวัติยุโรปกำลังจะเริ่มต้น การปฏิวัติยุโรป ค.ศ. ๑๘๔๘ เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ยุโรป ในที่นี้จึงจะต้องขอเล่าเรื่องราวของการปฏิวัติครั้งนี้โดยสังเขป

ยุโรปก่อน ค.ศ.๑๘๔๘ นั้น เป็นยุคแรกแห่งการพัฒนาของระบอบทุนนิยมสมัยใหม่ ซึ่งเริ่มจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษหลัง ค.ศ. ๑๗๗๐ อันนำมาซึ่งการเกิดระบบโรงงานอุตสาหกรรม และการขยายตัวอย่างมากของธุรกิจการค้า ต่อมาหลัง ค.ศ.๑๘๓๐ การปฏิวัติอุตสาหกรรมก็เริ่มแผ่ขยายไปในประเทศอื่น เช่น ฝรั่งเศส เบลเยียม และในแคว้นเยอรมนีตอนเหนือ ทำให้ระบบทุนนิยมเริ่มขยายตัวในดินแดนเหล่านี้

การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจดังกล่าวทำให้ชนชั้นพ่อค้านายทุนมีบทบาทมากขึ้น ชนชั้นกลางและชนชั้นกรรมาชีพ ก็ขยายตัวมากขึ้นตามเมืองต่างๆ ขณะที่กษัตริย์และเจ้าศักดินายังคงครอบงำอำนาจทางการเมือง ยุคสมัยดังกล่าวจึงเป็นยุคสมัยแห่งความขัดแย้งทางความคิดระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมปฏิกิริยา และกลุ่มปัญญาชนก้าวหน้า

พวกอนุรักษ์นิยมก็คือพวกนิยมกษัตริย์ ที่มุ่งจะรักษาสถานะของกษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิ์ ปกป้องศาสนจักร และรักษาอภิสิทธิ์ของชนชั้นขุนนางและเจ้าที่ดินยุโรปก่อน ค.ศ.๑๘๔๘ นั้น พวกอนุรักษ์นิยมยังทรงอิทธิพลมาก เพราะระบบการเมืองของประเทศต่างๆ ส่วนมากยังอยู่ภายใต้ระบอบราชาธิปไตยที่กษัตริย์มีอำนาจสมบูรณ์ โดยมีพระเจ้าซาร์แห่งรุสเซียนิโคลัสที่ ๑ เป็นประธานของพลังอนุรักษ์นิยมปฏิกิริยา และมีผู้ร่วมมือสำคัญ คือ จักรพรรดิฟรานซิสที่ ๒ แห่งออสเตรีย และกษัตริย์เฟรเดอริดที่ ๔ แห่งปรัสเซีย กษัตริย์ทั้งสามได้ร่วมกันในองค์กร เพื่อธำรงรักษาแบบแผนเดิมหรือระบอบเก่าของยุโรปพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์ และต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยมีอัครเสนาบดีของออสเตรีย คือ เมตแตร์นิค เป็นผู้ประสานและดำเนินงาน ดังนั้นจึงเรียกระบบการเมืองของยุโรปในสมัยนี้ว่า "ระบบเมตแตร์นิค" (Metternich)

การที่ออสเตรียมีบทบาทมากก็เป็นเพราะอำนาจของราชวงศ์ฮับสเบิร์ก ออสเตรีย ยังคงปกคลุมดินแดนต่างๆ หลายแห่งในยุโรป ตั้งแต่ในอิตาลี เวนิส ดัลมาเชีย ฮังการี โครเอเธีย โบเฮเมีย และยังมีอิทธิพลเหนือรัฐเยอรมันต่างๆ ซึ่งมี ๓๙ รัฐ คู่แข่งสำคัญของออสเตรียก็คือ ปรัสเซีย ที่พยายามสร้างอำนาจเหนือรัฐเยอรมันเช่นกัน

สำหรับในกรณีของฝรั่งเศส เป็นยุคของกษัตริย์หลุยส์ฟิลิปแห่งราชวงศ์ออร์ลีอัง ซึ่งแม้ว่าจะปกครองประเทศในระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ แต่ก็มีแนวโน้มในทางอนุรักษ์นิยมเช่นกัน โดยเฉพาะ กิโซต์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ก็เป็นหัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์นิยม แนวคิดของพวกอนุรักษ์นิยมที่ต้องการรักษาสถานะของระบบเก่า เห็นได้จากคำอธิบายของเอ็ร์ดมัน เบิร์ก (Edmund Berg) นักคิดคนสำคัญของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่กล่าวว่า สถาบันกษัตริย์ รัฐ สังคม กฎหมาย ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเป็นสถาบันสำคัญในการรักษาอำนาจและระเบียบสังคม ราษฎรจึงไม่มีสิทธิ์ก่อกบฏ เพราะจะก่อให้เกิดความไร้เสถียรภาพและวุ่นวาย ดังนั้นกษัตริย์มีความชอบธรรมในการปกครองทั้งจากเทวสิทธิที่รับจากพระเจ้า และจากเหตุผลการดำรงอยู่ของรัฐ

สำหรับกลุ่มปัญญาชนก้าวหน้าจะมีทั้งกลุ่มเสรีนิยม (Liberalism) และกลุ่มสังคมนิยม ทั้งสองกลุ่มต่างก็เป็นทายาทของการปฏิวัติฝรั่งเศส โดยต่างมีเห็นร่วมกันว่า ระบอบกษัตริย์มีอำนาจเด็ดขาดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรม พวกเสรีนิยมมีความต้องการจำกัดอำนาจกษัตริย์ มีการประกันสิทธิประชาชนด้วยรัฐธรรมนูญ ต้องการแบ่งแยกอำนาจให้มีระบบรัฐสภาและการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ต้องการให้มีสิทธิเสรีภาพทางการพูด การเขียน การแสดงความเห็น มีเสรีภาพทางศาสนา และมีเศรษฐกิจแบบเสรีเป็นไปตามธรรมชาติ ฝ่ายเสรีนิยมแบ่งเป็น ๒ กลุ่มคือ กลุ่มนิยมระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ และกลุ่มสนับสนุนระบอบสาธารณรัฐ

สำหรับกลุ่มสังคมนิยม มิได้ต้องการเพียงเสรีภาพทางการเมือง แต่ต้องการความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมากพวกสังคมนิยมจะมีความเห็นร่วมกันว่าสังคมเก่า มีความไม่เท่าเทียมกันในทางเศรษฐกิจ มีการกดขี่ขูดรีดและเอารัดเอาเปรียบระหว่างมนุษย์ และเห็นว่ากรรมสิทธิ์เอกชนนั้นเป็นที่มาของการขูดรีด กลุ่มสังคมนิยมจึงต้องการเสนอให้สร้างสังคมใหม่ที่มนุษย์จะมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และมีกรรมสิทธิ์ส่วนรวม

มาร์กซ เป็นหนึ่งในกลุ่มปัญญาชนสังคมนิยม เขาเสนอการวิเคราะห์สังคมเก่าด้วยทฤษฎีชนชั้น และเสนอให้สร้างสังคมใหม่ โดยการปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพ มาร์กซจึงสนับสนุนการจัดตั้งชนชั้นกรรมกร เพื่อจะดำเนินการให้การปฏิวัติสังคมนิยมปรากฏเป็นจริง การปฏิวัติ ค.ศ.๑๘๔๘ เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้

อันที่จริงตัวเร่งของการปฏิวัติคือ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในยุโรป ใน ค.ศ. ๑๘๔๖ ทำให้ราคาสินค้าอาหารคือขนมปังและมันฝรั่ง มีราคาแพงทั้งในฝรั่งเศสและในรัฐเยอรมนี ทำให้เกิดความอดอยากทั่วไป อำนาจซื้อของประชาชนลดต่ำลงจนทำให้กิจการต่าง ๆ ประสบภาวะขาดทุน ต้องปิดตัวลงจำนวนมากใน ค.ศ. ๑๘๔๗ ภาวะเศรษฐกิจยิ่งเลวร้ายลง และส่งผลกระทบทั่ว ยุโรป คนว่างงานยิ่งทวีมากขึ้น จึงก่อให้เกิดความไม่พอใจทั่วไป

ดังนั้น ในเดือนมกราคม ค.ศ. ๑๘๔๘ การปฏิวัติจึงเกิดขึ้นก่อนที่เมืองปาเลโม ในซิซิลี ประชาชนลุกฮือขึ้นปฏิวัติและขยายไปทั่วอาณาจักรเนเปิล จนในที่สุดกษัตริย์เฟอร์ดินานที่ ๒ ของเนเปิลก็ถูกบีบให้พระราชทานรัฐธรรมนูญ

ต่อมาในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๔๘ เกิดการชุมนุมครั้งใหญ่ของประชาชนในกรุงปารีส เพื่อต่อต้านกษัตริย์หลุยส์ฟิลิป ปรากฏว่ารัฐบาลรัฐบาลกีโซต์สั่งปราบ เกิดการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิต ๑๖ คน ประชาชนจึงลุกฮือขึ้นสู้ มีการตั้งป้อมกลางถนนขึ้นทั่วไปในปารีส เมื่อการต่อต้านกษัตริย์ขยายตัวออกไปจนรัฐบาลไม่อาจคุมสถานการณ์ไว้ได้ กองทหารที่ส่งไปปราบ ก็ไปเข้าร่วมกับฝ่ายประชาชน ในที่สุดวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พระเจ้าหลุยส์ฟิลิปต้องยอมสละราชสมบัติและหนีไปลี้ภัยในอังกฤษ กลุ่มผู้นำปฏิวัติจึงตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้นบริหารประเทศ โดยประกาศให้ฝรั่งเศสเป็นสาธารณรัฐที่ ๒1 ในการปฏิวัติครั้งนี้ กลุ่มสังคมนิยมของฝรั่งเศสนำโดยมีอัลฟองโซ เดอ ลามาร์ทีน และ หลุยส์ บลังก์ ก็เข้าร่วมด้วย

เมื่อเกิดการปฏิวัติในฝรั่งเศสแล้ว กระแสปฏิวัติก็เผยแพร่ไปยังประเทศอื่นอย่างรวดเร็ว ในวันที่ ๑๑ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๔๘ เกิดการเดินขบวนครั้งใหญ่ของประชาชนในเมืองปราก แคว้นโบฮีเมียของออสเตรีย ต่อมาวันที่ ๑๓ มีนาคม เกิดการปฏิวัติในกรุงเวียนนา เมืองหลวงของอาณาจักรออสเตรีย ประชาชนลุกฮือขึ้นประท้วง และมีการตั้งป้อมกลางถนนขึ้นจำนวนมากเพื่อต่อต้านทหารฝ่ายรัฐบาล จนเสนาบดีเมตเตอร์นิคต้องสละตำแหน่งและปลอมตัวหนีออกจากเมือง จึงเป็นการสิ้นอำนาจของเมตเตอร์นิกตั้งแต่นั้น ดังนั้นจักรพรรดิเฟอร์ดินานแห่งออสเตรียจึงต้องยอมผ่อนกระแส โดยสัญญาว่าจะให้มีรัฐธรรมนูญและมีรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง และประกาศให้มีการยกเลิกระบบทาสกสิกรทั่วราชอาณาจักร

หลังจากนั้น การปฏิวัติก็ขยายไปทั่วทั้งในอาณาจักรออสเตรียและรัฐเยอรมนี โดยเฉพาะในฮังการี การปฏิวัติเกิดขึ้นในวันที่ ๑๕ มีนาคม ผู้นำการปฏิวัติคือ หลุยส์ คอสซุธ ได้ประนามระบบเมตแตอร์นิกในสภาฮังการี และผลักดันให้สภาตั้งเป็นสภาแห่งชาติ แล้วออกกฎหมายเดือนมีนาคม(March Laws)แยกฮังการีเป็นอิสระ แต่ยังอยู่ภายใต้กษัตริย์ราชวงศ์ฮับสเบิร์ก จักรพรรดิออสเตรียไม่มีกำลังไปปราบปรามจึงต้องยินยอม นอกจากนี้ยังมีการปฏิวัติเกิดขึ้นที่เมืองเวนิสและที่มิลาน นำมาสู่การประกาศเอกราชของเมืองทั้งสอง โดยที่เวนิสนั้นมีประกาศเป็นสาธารณรัฐที่เมือง คราคอฟ ในแคว้นกาลีเซียของออสเตรียก็เกิดการปฏิวัติเพื่อแยกกาลีเซียเป็นเขตปกครองตนเอง

ส่วนในกลุ่มรัฐเยอรมนี กลุ่มสังคมนิยมและเสรีนิยมต่างก็ก่อการปฏิวัติขึ้นในหลายรัฐ เช่นวันที่ ๔ มีนาคม เกิดการปฏิวัตที่มิวนิกเมืองหลวงของบาวาเรีย แม้กระทั่งในปรัสเซียก็เกิดการปฏิวัติขึ้นในแคว้นไรน์ ในวันที่ ๓ มีนาคม และต่อมาในวันที่ ๑๘ มีนาคม การปฏิวัติก็ลุกลามไปถึงกรุงเบอร์ลิน โดยประชาชนพากันเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย และตั้งป้อมกลางถนนขึ้น ในที่สุดพระเจ้าเฟรเดอริดที่ ๔ แห่งปรัสเซีย ต้องยอมผ่อนปรนโดยการพระราชทานรัฐธรรมนูญ แต่เป็นรัฐธรรมนูญอภิชนที่ยังคงอำนาจไว้ที่กษัตริย์ และยังไม่ได้ให้เสรีภาพแก่ประชาชนมากนัก

จากนั้นในเดือนพฤษภาคม กลุ่มเสรีนิยมเยอรมันจากรัฐต่าง ๆ ก็มาประชุมกันที่เมืองแฟรงเฟิร์ต แล้วตั้งเป็นสภาแห่งชาติเยอรมนี เรียกร้องให้มีการรวมรัฐต่าง ๆ เข้าเป็นสหพันธรัฐเยอรมนี ด้วยระบอบการเมืองแบบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีรัฐธรรมนูญ มีเสรีภาพ และการเลือกตั้ง กลุ่มนี้เสนอให้เชิญให้พระเจ้าเฟรเดริดที่ ๔ มาเป็นจักรพรรดิเยอรมนี แต่พระเจ้าเฟรเดอริดที่ ๔ ยังไม่เต็มใจ พระองค์เรียกตำแหน่งจักรพรรดิที่สภาแห่งชาติแฟรงเฟิร์ตมาเสนอให้ว่าเป็นมงกุฎจากข้างถนน

กระแสแห่งการปฏิวัตินี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของมาร์กซ ซึ่งเมื่อเกิดการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๔๘ นั้น มาร์กซ ยังอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ ข่าวการปฏิวัติจากฝรั่งเศสมาถึงบรัสเซลส์ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๔๘ และนำมาซึ่งการเคลื่อนไหวปฏิวัติในเบลเยี่ยมด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเบลเยี่ยมยังควบคุมสถานการณ์ได้ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ รัฐบาลเบลเยี่ยมเริ่มทำการจับกุมกลุ่มก้าวหน้า พร้อมทั้งเตรียมการที่จะเนรเทศนักปฏิวัติลี้ภัยที่อยู่ในบรัสเซลส์รวมทั้งมาร์กซ

ก่อนหน้านี้ มาร์กซ เพิ่งได้รับมรดกจากมารดาเป็นเงิน ๖,๐๐๐ ฟรังค์ ทำให้ทางการตำรวจเบลเยี่ยมสงสัยว่า มาร์กซจะใช้เงินจำนวนนี้สนับสนุนการปฏิวัติ จึงได้ทำการจับกุม มาร์กซ ในวันที่ ๔ มีนาคม และในที่สุด ทางการเบลเยียมก็เนรเทศ มาร์กซและครอบครัวมายังกรุงปารีสในวันที่ ๕ มีนาคม

เมื่อมาร์กซมาถึงปารีสนั้น ยังอยู่ในช่วงหลังปฏิวัติ ร่องรอยของป้อมกลางถนนยังอยู่ตามถนนสายต่าง ๆ ในปารีส และธงสามสีซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติฝรั่งเศสยังประดับอยู่ทั่วไปควบคู่กับธงแดงของฝ่ายสังคมนิยม เมื่อ มาร์กซ มาถึงก็เข้าร่วมการเคลื่อนไหวปฏิวัติทันที เขาเข้าร่วมประชุมกับสมาคมสิทธิมนุษยชนฝรั่งเศส ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญที่มีส่วนในการปฏิวัติ จากนั้น มาร์กซ และกลุ่มเพื่อนก็ตั้งองค์กรคนงานเพื่อเตรียมการปฏิวัติในเยอรมนี โดยพยายามรวบรวมคนงานชาวเยอรมันที่ทำงานอยู่ในปารีส ได้มีการเปิดประชุมสันนิบาติคอมมิวนิสต์ในกรุงปารีสในวันที่ ๑๐ มีนาคม ปรากฏว่าที่ประชุมได้เลือก มาร์กซ เป็นประธาน และเตรียมการที่จะออกหนังสือพิมพ์ปฏิวัติในฝรั่งเศส เพื่อที่จะส่งไปเผยแพร่ในเยอรมนี

วันที่ ๑๙ มีนาคม ข่าวการปฏิวัติในออสเตรียก็มาถึง และหลังจากนั้น ก็ติดตามมาด้วยข่าวการปฏิวัติในปรัสเซีย ซึ่งก่อให้เกิดความตื่นเต้นยินดีอย่างมากในหมู่ชาวเยอรมันในปารีส มาร์กซ และกลุ่มสหายนักปฏิวัติในสันนิบาตคอมมิวนิสต์ จึงตัดสินใจเดินทางกลับเพื่อไปร่วมการปฏิวัติในดินแดนเยอรมนี

เอกสารสำคัญที่ชาวสันนิบาตนำติดมือไปก็คือ แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ ของมาร์กซและเองเกลส์ และอีกฉบับหนึ่งเป็นเอกสารนโยบาย ๑๐ ข้อ ซึ่งมีข้อเรียกร้องให้โอนกิจการธนาคารเข้าเป็นของรัฐ เก็บภาษีรายได้ในอัตราก้าวหน้า จำกัดสิทธิในด้านมรดก ยกเลิกพันธสัญญาในที่ดินแบบศักดินา และจัดการศึกษาฟรีให้กับประชาชน

สำหรับ มาร์กซ ออกเดินทางจากปารีสต้นเดือนเมษายน ไปยังเมืองโคโลญ โดยมีเองเกลส์ร่วมเดินทางไปด้วย นอกจากนี้ก็คือ เอิร์นสก์ ดรองเก(Ernst Dronke) สมาชิกสันนิบาตคอมมิวนิสต์อีกคนหนึ่ง คณะเดินทางของ มาร์กซ หยุดที่เมืองเมนซ์ ๒ วัน เมืองนี้อยู่ในเขตไรน์แลนด์ และอยู่นอกเขตปรัสเซีย มาร์กซ ได้เรียกประชุมสมาคมกรรมกร และเรียกร้องให้องค์กรกรรมกรทั่วเยอรมนีรวมตัวกันเพื่อผลักดันการปฏิวัติ

มาร์กซ และคณะมาถึงเมืองโคโลญในวันที่ ๑๐ เมษายน สำหรับเจนนี และลูกของมาร์กซ ได้แวะเยี่ยมบ้านเดิมที่เมืองเทรียส์ และเดินทางมาร่วมกับ มาร์กซ ที่เมืองโคโลญจน์ภายหลัง เมืองโคโลญในขณะนั้นเป็นเมืองใหญ่อันดับสามในรัฐปรัสเซีย มีประชากรราวแสนคน และอยู่ในเขตที่มีการพัฒนา อุตสาหกรรมมากที่สุดในแว่นแคว้นเยอรมนี ในเมืองนี้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก่อนเช่นกัน โดยมีผู้นำสำคัญเช่น อันดรีส กอตต์ชอลก์ (Andreas Gottschalk) ออกุส วิลลิช(August Willich) และ ฟรีดริช อันเนเก (Freidrich Anneke)

ในวันที่ ๓ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๔๘ ประชาชนชาวโคโลญได้มีการเคลื่อนไหวปฏิวัติเป็นแห่งแรกในปรัสเซีย โดยประชาชนนับหมื่นคนมาชุมนุมกันที่ศาลาว่าการเมือง กอตต์ชอลก์กับวิลลิช ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยให้มีรัฐธรรมนูญและระบบรัฐสภา ให้ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้ง ให้มีเสรีภาพทางด้านหนังสือพิมพ์และการตั้งสมาคม และให้รัฐประกันการว่างงานและจัดการศึกษาฟรีให้ประชาชน ปรากฏว่าทางการตำรวจโคโลญได้จับกุมคุมขังกลุ่มผู้นำการประท้วง แต่ต่อมาในวันที่ ๒๐ มีนาคม ก็ต้องปล่อยตัว เพราะเกิดการปฏิวัติในเบอร์ลิน และรัฐบาลปรัสเซียปรับเปลี่ยนนโยบาย ให้เสรีภาพและปฏิรูปการเมือง

เมื่อได้รับการปล่อยตัว กอตต์ชอลก์ได้ตั้งสมาคมคนงานโคโลญขึ้น ปรากฏว่าสมาคมขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีกรรมกร และคนว่างงานจำนวนมากเข้าร่วม จนในที่สุดมีสมาชิกถึง ๘,๐๐๐ คน แต่กรรมกรโรงงานยังมีน้อย ส่วนมากเป็นช่างฝีมือและพ่อค้าย่อย เมื่อ มาร์กซ มาถึง การเคลื่อนไหวกรรมกรในโคโลญเป็นไปอย่างแข็งขัน กอตต์ชอลก์จึงแนะนำให้มาร์กซ ไปเคลื่อนไหวต่อที่เบอร์ลิน หรือไม่ก็ลงสมัครผู้แทนราษฎรที่เมืองเทรียส์ซึ่งเป็นบ้านเดิม

ความจริงแล้วกอตต์ชอลก์มีความเห็นไม่ตรงกับมาร์กซ เขาเป็นเพื่อนสนิทของโมเสส เฮสส์ ซึ่งมีแนวคิดประนีประนอมกับฝ่ายศาสนา นอกจากนี้กอตต์ชอลก์ยังไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติทางการเมือง เขาสนใจสิทธิของกรรมกรเพียงข้อเรียกร้องทางเศรษฐกิจ ที่จะปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่และประกันการว่างงานของกรรมกรเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงยอมรับได้กับระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญที่มีรากฐานคุณธรรมคริสต์

แต่ประเด็นเฉพาะหน้าของกอตต์ชอลก์และ มาร์กซ ก็คือ ปัญหาที่ว่าควรจะเข้าร่วมในระบอบรัฐสภาของปรัสเซียที่กำลังจัดให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ และควรที่จะเข้าร่วมกับสภาแห่งชาติที่เมืองแฟรงเฟิร์ตหรือไม่ แม้ว่ากอตต์ชอลก์จะมีแนวโน้มสายกลางเช่นนั้น เขาก็ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งทางอ้อมที่รัฐเยอรมันหลายรัฐจัดขึ้น เพราะการเลือกตั้งลักษณะเช่นนั้นเป็นการตัดสิทธิ์กรรมกรและคนยากจน แต่มาร์กซเห็นว่า แม้แนวโน้มการปฏิวัติที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะเป็นการปฏิวัติของชนชั้นกระฎุมพี แต่ชนชั้นกรรมกรจะต้องเข้าร่วมผลักดัน เพื่อช่วงชิงผลที่ได้มาให้เป็นของชนชั้นตน และจะทำให้ขบวนการกรรมกรไม่โดดเดี่ยว อีกทั้งยังสร้างความสามัคคีกับกลุ่มปฏิวัติอื่นๆ มาร์กซจึงได้เสนอให้ยุบสันนิบาติคอมมิวนิสต์ลง ทั้งนี้เนื่องจากการที่การปฏิวัติขยายตัวทั่วเยอรมนี สมาชิกของสันนิบาตต่างก็เข้าร่วมการเคลื่อนไหวเปิดเผยกับองค์กรอื่น ๆ ทำให้สันนิบาตซึ่งเริ่มตั้งจากชาวเยอรมันลี้ภัยนอกประเทศ ดำเนินการต่อไปได้ยาก และ มาร์กซ ยังเห็นว่า ข้อเรียกร้องของสันนิบาตยังรุนแรงเกินไป ยังไม่เหมาะกับภาวะแห่งการปฏิวัติกระฎุมพี ซึ่งยังจะต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มกษัตริย์นิยมและพวกอนุรักษ์นิยมอื่นๆ

1สาธารณรัฐครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. ๑๗๙๑ หลังการปฏิวัติฝรั่งเศสครั้งแรก และการโค่นกษัตริย์หลุยสฺ์ที่ ๑๖ แห่งราชวงศ์บรูบอง สาธารณรัฐครั้งนั้นสิ้นสุดลงเมื่อ นโปเลียน โปนาปาร์ต ประกาศตั้งตนเป็นจักรพรรดิ

http://www.firelamtung.com/print.php?sid=45

รัฐธรรมนูญของยุโรป

รัฐธรรมนูญของยุโรป ก่อนจะมีผลใช้บังคับในปี ค.ศ.2009 รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องได้รับการลงนามร่วมกันอย่างเป็นทางการจากบรรดาสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 25 ประเทศก่อนในวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ.2004 ที่จะถึงนี้ ซึ่งก็หมายความว่าต้องมีการแปลรัฐธรรมนูญเป็นภาษาของประเทศสมาชิกทั้ง 25 ประเทศด้วย และนอกจากนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องผ่านกระบวนการภายในประเทศของแต่ละประเทศเสียก่อนเพื่อให้สัตยาบันรับรองในรัฐธรรมนูญฉบับที่จะเป็นรัฐธรรมนูญของยุโรปซึ่งกระบวนการให้สัตยาบันก็มีอยู่สองวิธีการคือ การให้ประชาชนออกเสียงประชามติ (referendum) หรือการให้รัฐสภาลงมติให้สัตยาบัน

ทำไมยุโรปถึงต้องมีรัฐธรรมนูญของยุโรป ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจก่อน ตามความเข้าใจของเรานั้น รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศและเป็นบทบัญญัติที่กำหนดรูปแบบและกลไกในการปกครองประเทศ การนำเอาคำว่า รัฐธรรมนูญ” (Constitution) มาใช้กับ หลักเกณฑ์ร่วมของยุโรปก็เพราะต้องการให้มีสิ่งที่สำคัญที่สุดของยุโรปที่ประเทศสมาชิกทั้งหลายต้องเคารพและปฏิบัติตามในกระบวนการเดียวกันและเรื่องเดียวกัน เพราะยุโรปทั้ง 25 ประเทศที่รวมกันเป็นสหภาพยุโรปในวันนี้ประกอบด้วยพลเมืองจำนวนมาก การอยู่ภายใต้ข้อตกลงหรือสนธิสัญญา (conventions, traités) เช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ดูเป็นสิ่งที่ขาดน้ำหนักในด้านความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและดูไม่ค่อยเป็นสาระเท่าใดนัก ดังนั้น การนำเอาข้อตกลงหรือสนธิสัญญาทั้งหลายมารวบรวมไว้ที่เดียวกัน จึงก่อให้เกิดผลดีกับประเทศสมาชิกทั้งหลายมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ข้อตกลงและสนธิสัญญาเหล่านั้นจึงกลายมาเป็น รัฐธรรมนูญของสหภาพยุโรป แม้จะมีความแตกต่างจาก รูปแบบของรัฐธรรมนูญ ภายในของแต่ละประเทศ แต่รัฐธรรมนูญของสหภาพยุโรปก็ได้สร้าง สถาบันใหม่ขึ้นมาเช่นกัน ดังตัวอย่างเช่น ประธานสภายุโรป (President du Counseil Europen) ที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสหภาพยุโรป มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปีครึ่ง รัฐมนตรีด้านการต่างประเทศ (Ministre des Affaires Etrangères) ที่มาจากการแต่งตั้ง มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี หรือสภายุโรป (Parlement Europen) ที่ทำหน้าที่วางกฎเกณฑ์ของสหภาพยุโรป พิจารณางบประมาณ ดูแลเรื่องนโยบายทางการเมืองของยุโรป สมาชิกสภายุโรปมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ พลเมืองยุโรปมีจำนวน 2750 คน ซึ่งก็มีวิธีการคำนวณจำนวนของสมาชิกสภายุโรปจากแต่ละประเทศไว้เป็นพิเศษครับ การรวมตัวกันของประเทศต่าง ๆ เข้าเป็นสหภาพยุโรปนั้นมีสาระสำคัญหลายประการ แต่ส่วนหนึ่งแล้วก็คือ เพื่อให้เกิดการพาณิชย์อย่างเสรี มีการแข่งขันกัน ซึ่งจากสาระสำคัญที่กล่าวไปก็เลยทำให้เกิดผลตามมาก็คือ กิจกรรมหลาย ๆ อย่างที่เป็นบริการสาธารณะ” (service public) ที่รัฐผูกขาดก็ต้องถูกยกเลิก ทำให้เกิดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจหลาย ๆ แห่งในหลาย ๆ ประเทศ ก็เลยเกิดการคัดค้านหรือการประท้วงกันอยู่บ่อย ๆ ครับ ก็คงต้องเอาใจช่วยกันต่อไปนะครับ การที่พลเมืองของประเทศต่าง ๆ ทั้ง 25 ประเทศจะให้ความเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญของสหภาพยุโรปคงไม่ใช่เรื่องง่าย

http://www.pub-law.net/publaw/view.asp?PublawIDs=111

รัฐธรรมนูญยุโรป : การสร้างยุโรปที่เป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น

การบูรณาการของยุโรปได้เริ่มขึ้นเมื่อหลายทศวรรษมาแล้ว และยังคงจะดำเนินต่อไป โดยในวันที่ 17 และ 18 เดือนมิถุนายน 2004 ผู้นำประเทศและรัฐบาลของสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 25 ประเทศได้บรรลุข้อตกลงแห่งประวัติศาสตร์ในการให้การเห็นชอบร่าง สนธิสัญญาจัดตั้งรัฐธรรมนูญแห่งยุโรป โดยกฎหมายพื้นฐานนี้จะกลายเป็นรัฐธรรมนูญแห่งยุโรปเมื่อแต่ละประเทศสมาชิกให้การรับรอง

รัฐธรรมนูญยุโรปถือเป็นก้าวสำคัญแห่งพัฒนาการของสหภาพยุโรป เพราะจะก่อให้เกิดการปฏิรูปการทำงานในหลายด้านอย่างครอบคลุมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งยังเป็นการประกันประสิทธิภาพในการทำงานของสมาชิกทั้ง 25 ประเทศในการจัดการกับความท้าทายต่างๆในอนาคต ทั้งนี้ พัฒนาการดังกล่าวจะตั้งอยู่บนหลักประชาธิปไตยและความเคารพในกฎหมาย

นอกจากรัฐธรรมนูญยุโรปจะส่งเสริมให้เกิดพัฒนาการในหลายๆด้านแล้ว ยังจะช่วยให้ประชาชนเกิดความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับ บทบาท อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของสหภาพยุโรป สามารถแยกแยะได้ระหว่างงานที่ดูแลรับผิดชอบโดยสถาบันร่วมของสหภาพยุโรปหรือโดยแต่ละประเทศสมาชิก นอกจากนี้ กระบวนการตัดสินใจจะมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสหภาพยุโรปที่ประกอบไปด้วย 25 ประเเทศสมาชิกมากขึ้น รัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งของสหภาพยุโรปยังจะช่วยให้การทำงานมีความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมบทบาทด้านการระหว่างประเทศของสหภาพยุโรป

http://europa.eu.int/constitution/

+:- ความร่วมมือของกลุ่มประเทศยุโรป -:+

*:. ด้านเศรษฐกิจ .:*

นอกจากการจัดตั้งองค์การสหประชาชาติแล้วความเสียหายอันประมาณค่ามิได้ทางด้านต่างๆที่สืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้นานาประเทศในยุโรปตะวันตกตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือบูรณะฟื้นฟูยุโรปและขจัดความขัดแย้งบาดหมางระหว่างประเทศให้หมดไป รัฐบุรุษของแต่ละประเทศมีความเห็นสอดคล้องกันว่าความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะทำให้ยุโรปฟื้นตัวได้และจะเป็นรากฐานของการสร้างเอกภาพทางการเมืองของยุโรป ความช่วยเหลือร่วมมือกันทางเศรษฐกิจจึงเป็นความเคลื่อนไหวระหว่างประเทศที่จะนำไปสู่การรวมตัวของยุโรปตะวันตกช่วงหลังสงคราม

*:. องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจของยุโรป .:*

(The Organization for European Economic Cooperation-OEEC)

ก่อตั้งในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1947 โดยมีวัตถุประสงค์จะส่งเสริมและพัฒนาการค้าของยุโรปและให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่อกัน สมาชิกเริ่มแรกมี 16 ประเทศ คือ กรีซ ตุรกี เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบอร์ก สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรีย อิตาลี และโปรตุเกส

ในช่วง 6 ปีแรก OEEC ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานอย่างมาก เพราะการค้าระหว่างประเทศขยายตัวถึง 2 เท่า และผลผลิตด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น ถึงร้อยละ 10 และ 35 ตามลำดับ ทำให้ประเทศยุโรปตะวันตกมีเสถียรภาพทางสังคมและเศรษฐกิจที่มั่นคงขึ้น และนำไปสู่การร่วมมือทางทหารในเวลาต่อมา...

http://www.school.net.th/library/create-web/10000/sociology/10000-6937.html

*:.ลักษณะการปกครอง.:*

ลักษณะการปกครอง ของทวีปยุโรปแบ่งออกเป็น 43 ประเทศ เมื่อพิจารณาตามตำแหน่งที่ตั้งสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆได้ดังนี้

1. กลุ่มประเทศยุโรปตะวันตกและภาคกลาง ในอดีตประเมศกลุ่มนั้มีอาณานิคมกระจายอยู่ทั่วโลก ปัจจุบันมีอิธิพลการด้านเศรษฐกิจและทางการเมือง เมื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เกษตร และอุตสาหกรรม ประเทศในกลุ่มนี้แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มย่อยๆดังนี้

1) กลุ่มประเทศเนลักซ์ ประกอบด้วย เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก

2) กลุ่มประเทศไม่มีอาณาเขตจดทะเล ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และลิกแตนสไตน์

3) กลุ่มประสแกนดิเนเวียหรือนอร์ดิก ได้แก่ นอร์เวย์ สวีเดน แดนมาร์ก ฟินแลน์ ไอซ์แลนด์

4) กลุ่มประเทศอื่นๆ ได้แก่ เยอรมัน ฝรั่งเศส และไอร์แลนด์

2. กลุ่มประเทศยุโรปใต้ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อยดังนี้

1) บนคาบสมุทนไซบีเรีย ได้แก่ โปรตุเกส สเปน อัลดอร์รา

2) บนคาบสมุทรอิตาลี ได้แก่ อิตาลี

3) บนคาบสมุทรบอลข่าน ได้แก่ กรีซ แอลเบเนีย มอนเตนิโกร

4) บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้แก่ มอลตา ซามานริโน โมนาโก และนครรัฐวาติกัน

3. กลุ่มยุโรปตะวันออก ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของเยอรมนี และเรียงรายตั้งแต่ทะเลบอลติกด้านเหนือลงใาถึงทะเลเอเดรียติกด้านใต้ เป็นกลุ่มประเทศที่เคยเป็นบริวารหรือได้รับอิทธิพลจากสหภาพโซเวีตสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันอยู่ในช่วงฟื้ฟูประเทศ และได้เปลี่ยนระบบการปกครองและเศรษฐกิจการเผด็จการมาเป็นประชาธิปไตย ได้แก่ โปแลนด์ เช็ก สโลวัก ฮังการี โรมาเนีย และบัลแกเรีย

4. กลุ่มประชาคมรัฐเอกราช สหภาพโซเวียตมีเนื้อที่มากที่สุดในทวีปยุโรป และจากการยึดอำนาจจากประธานาธิบดี มิคาอิล กอร์บาชอฟ ในช่วง วันที่ 19 – 21 สิงหาคม . . 2534 แใว่าการยึดอำนาจในครั้งนี้จะไใประสบความสำเร็จแต่ก็มำให้สหภาพโซเวีตยตกเป็นกลุ่มประเทศประชาคมรัฐเอกราช ประกอบด้วยประเทศรัสเซียและ 11 สาธารณรัฐ ไม่รวมสาธารณรัฐจอร์เจีย สาธารณรัฐใหม่เหล่านี้ปกครองตนเอง ไม่ขึ้น

ต่อรัสเซียอีกต่อไป

ตำแหน่ง

ประเทศ / รัฐ / นครรัฐ

กษัตริย์ : เป็นตำแหน่งประมุขของประเทศที่ปกครองราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ ไอร์แลนด์เหนือ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ และสเปน

ประธานาธิบดี : เป็นประมุขของปรัเทศที่ปกครองแแบบสาธารณรัฐ

ไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ เยอรมนี ฟินแลนด์ โปแลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ เช็ก ออสเตรีย ฮังการี แอลเบเนีย เซอร์เบียและมอนเตนิโกร กรีซ อิตาลี โปรตุเกส มอลตา กลุ่มประชาคมรัฐเอกราชและจอร์เจีย

แกรนด์ดุ๊ก

ลักเซมเบิร์ก

เจ้าชาย

โมนาโก ลิกเตนสไตน์ และอันดอร์รา

สัตะปาปา

วาติกัน

ผู้สำเร็จราชการ

ซามาริโน( ดำรงตำแหน่งพร้องกัน 2 คน)

ทำรายงานกลุ่มออนไลน์กับ Google Doc

การใช้ Google Doc ผู้สอนต้องมี Gmail สามารถแบ่งกลุ่มออนไลน์ โดยนักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการนำสนอเนื้อหาในที่มอบหมายแบบออนไลน์ ผู้เรียนแต่ละคนเพิ่มเนื้อหา ตกแต่งและแก้ไขที่เพื่อนทำมาแล้วได้ นอกจากนี้ผู้สอนสามารถตรวจสอบการเข้ามาใช้ Doc ของนักเรียนแต่ละคนได้จาก History

Time

Followers

Google Doc

ท่านชอบเรียนสาระใดในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม