6/10/07

กลุ่มที่ 5

...กลุ่มที่5...

ด.ญ.ธนินทรา แมนสกุล เลขที่ 21

ด.ญ.นวพร แซ่อุ่ย เลขที่ 23

ด.ญ.อติกานต์ ขุนชำนาญ เลขที่ 41

ด.ญ.อัสมา ฮะยีเจะเลาะห์ เลขที่ 45

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3/1

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของทวีปยุโรป

ทวีปยุโรปเป็นดินแดนที่เคยเปงแหล่งอารยธรรมโบราณแห่งหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ความเจริญต่อเนื่องกันมาเป็นเวลากว่า 2000 ปี มาแล้วมีหลักฐานปรากฎอย่างชัดเจนว่า ความเจริญของทวีปยุโรปทีรากฐานกำเนิดจากอารายธรรมไมโนน (Minoan Civilization) ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เกาะครีต (Crete) ตอนใต้ของคาบสมุทรกรีกในทะลเมดิเตอร์เรเนียน อารยธรรมไมโนนเป็นอารยธรรมที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างอารยธรรมโยราณ 2 แห่ง คือ อารยธรรมอียิปต์ (ลุ่มแม่น้ำไนล์)และอารยธรรมเมโสโปเตเมีย(ลุ่มแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรติส)จนมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง และต่อมาได้แผ่ขยายไปยังดินแดนต่าง ๆ ในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยเฉพาะคาบสมุทรกรีกและคาบสมุทรอิตาลี จึงนับว่าชนชาติกรีกและชนชาติโรมันมีส่วนสำคัญที่สุดในการวางรากฐานความเจริญในยุโรปชนชาติกรีก เป็นพวกอินโดยูโรเปียน มีถิ่นฐานเดิมอยู่แถบแม่น้ำดานูบ ในประเทศออสเตรียในปัจจุบัน ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณคาบสมุทรกรีกเมื่อประมาณ 2000 ปี ก่อนคริสต์กาล กรีกเป็นชนชาติแรกที่ได้รับถ่ายทอดความเจริญของอารยธรรมไมโนนไปจากเกาะครีต และหลังจากนั้นชนชาติโรมันซึ่งตั้งถิ่นฐานในบริเวณคาบสมุทรอิตาลีก็ได้รับความเจริญไปจากชนชาติกรีกอีกทอดหนึ่ง กรีกได้ทิ้งมรดกทางศิลปะวัฒนธรรมอันทีค่าหลายประการไว้แก่โลกตะวันตก เพราะกรีกเป็นนักคิดและนักสร้างสรรค์ที่สำคัญผลงานที่เด่นๆ ได้แก่ สถาปัตยกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม ปรัชญา และที่สำคัญที่สุด คือ การปกครองระบอบประชาธิบไตยที่นับว่าเป็นการวางรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตย แก่ประเทศต่างๆในปัจจุบัน ส่วนชนชาติโรมันนั้น แม้ว่าจะรับความเจริญต่างๆทางศิลปวัฒนธรรมมาจากกรีก แต่ก็รู้จักที่จะนำมาประยุกต์ดัดแปลงให้เกิดประโยชน์ทางด้านการใช้สอยให้คุ้มค่าโดยเฉพาะการวางผังเมืองการวางท่อลำเลียงน้ำ ที่อาบน้ำสาธารณะ ผลงานทางศิลปะต่าง ๆ ที่สำคัญที่สุดคือกฎหมายโรมัน ซึ่งเป็นรากฐานของการร่างกฎหมายประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปโรมันเป็นชนชาติที่มีความสามารถกล้าหาญ ได้ขยายอำนาจครอบครองดินแดนกรีก และดินแดนของชนชาติอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง จนทำให้อาณาจักรโรมันกลายเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมีอาณาเขตครอบคลุมเกือบทั่วภาคพื้นทวีปยุโรป โดยมีอาณาเขตตั้งแต่ตะวันตกของทวีปยุโรปคาบสมุทรอิตาลี คาบสมุทรบอลข่าน ดินแดนชายฝั่งตะวันออก ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตลอดไปจนถึงบริเวณตอนเหนือของทวีปแอฟริกา จักรวรรดิโรมัน เป็นศูนย์กลางความเจริญ ของทวีปยุโรปอยู่ประมาณ 300 ปี ภายหลังที่มีการแบ่งแยกจักรวรรดิออกเป็นจักรวรรดิโรมันตะวันตก โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่โรม และจักรวรรดิโรมันตะวันออก มีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ในคริสต์ศตวรรษที่ 4 แล้ว จักรวรรดิโรมันตะวันตกได้เริ่มเสื่อมลงตามลำดับ และในที่สุดได้ถูกพวกอนารยชนเยอรมันเผ่าติวตันเข้ารุกรานและยึดครองใน ค.ศ.476 ซึ่งมีผลทำให้ความเจริญต่าง ๆ ทางศิลปวัฒนธรรมหยุดชะงักลง สภาพทางสังคมของจักรวรรดิโรมันตะวันตกภายหลังการุกรานของอนารยชน เต็มไปด้วยความวุ่นวาย สับสน บ้านเมืองระส่ำระสายไปทั่ว มีศึกสงครามติดต่อกันเกือบตลอดเวลา จนเป็นเหตุให้ความก้าวหน้าทางศิลปวิทยาการของกรีก-โรมัน ต้องหยุดชะงักลง และทำให้ทวีปยุโรปตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่ายุคมืด Dark Ages ซึ่งอยู่ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 5-10 ในระหว่างนั้นคริสต์ศาสนาได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของชาวยุโรป เพราะเป็นระยะเวลาที่ประชาชนกำลังแสวงหาที่พึ่งทางใจ วัดและสันตะปาปา คือศูนย์รวมแห่งจิตใจของประชาชน คริสต์ศาสนาจึงขยายตัวอย่างรวดเร็วในระยะนั้นอิทธิพลทั้งด้านการปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ชาวตะวันตกต่างพากันยอมรับ ในความยิ่งใหญ่ ่และอำนาจของพระเจ้าในการดลบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดขึ้น จนทำให้เกิดความกลัวที่จะคิดหรือกระทำการใด ๆ ที่นอกเหนือไปจากกฎเกณฑ์ที่ทางศาสนาได้กำหนดไว้

ในระยะคริสต์ศตวรรษที่ 14-16 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงสภาพทางสังคมของยุโรปไปในทางที่ดี คือ การฟื้นฟูศิลปวิทยาการหรือเรอเนสซองส์ Renaissance ซึ่งทำให้มีการฟื้นฟูศิลปวิทยาการกรีก-โรมัน ที่หยุดชะงักไปตั้งแต่ยุคมืดขึ้นมาใหม่และยังส่งผลต่อเนื่งไปสู่การริเริ่มแนวคิด เริ่มมองทุกอย่างในลักษณะของเหตุผล รู้จักใช้สติปัญญาตน พิจาราณาแทนความเชื่องมงายอย่างไร้เหตุผลดังที่เคยปฏบัติมายุคในมืด เริ่มมีความคิดว่ามนุษย์สามารถที่จะพัฒนาตนเองได้สามารถปรับปรุงทุกอย่างให้ดีขึ้นได้ด้วยความสามารถตนเอง สมัยเรอเนสซองส์จึงเป็นสมัยที่ก้าวไปสู่ ความเจริญอย่างไม่หยุดยั้งของโลกตะวันตกในระยะต่อมา ซึ่งขณะนั้นศูนย์กลางความเจริญของทวีปยุโรปได้ย้ายมาอยู่ ในบริเวณประเทศต่าง ๆ ที่ก่อตั้งขึ้นในบริเวณยุโรปตะวันตก เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส สเปน เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี เป็นต้น

นับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา ทวีปยุโรปจึงก้าวเข้าสู่สภาพสังคมแบบสมัยใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นการพัฒนา ในด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และความเป็นตัวของตัวเองของมนุษย์ อันนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวยุโรป เป็นอย่างมาก อาทิ การปฏิวัติศาสนาที่เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยนักบวชชาวเยอรมัน มาร์ติน ลูเธอร์ Martin Luthur ค.ศ.1483-1546 ทำให้มีการก่อตั้งนิกายโปรเตสแตนท์ ซึ่งแสดงให้เห็นความกล้าหาญ ในการแสดงออกซึ่งการต่อต้านคัดค้านนิกายดั้งเดิม คือ โรมันคาทอลิก ที่เคยมีอิทธิพลอย่างมากมาก่อน นอกจากนี้ การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ ในคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 มีผลทำให้มนุษย์เริ่มค้นคว้าหาความจริงจากธรรมชาติ มีการพิสูจน์ว่าโลกกลม ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของสุริยจักรวาล ซึ่งมีผลต่อการริเริ่มสำรวจทางทะเล และการแสวงหาอาณานิคมกันอย่างกว้างขวาง
ในคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 และทำให้วัฒนธรรมตะวันตกได้แผ่ขยายไปยังดินแดนอาณานิคมต่างๆทั้งในทวีปเอเชีย ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาใต้ รวมทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นระยะที่อิทธิพลของยุโรปทางด้านศิลปวัฒนธรรมได้แผ่ขยายตัวไปทั่วโลก
การปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยเริ่มต้นจากประเทศอังกฤษก่อนและต่อมาได้แผ่ขยายไปยังประเทศต่างๆในยุโรปตะวันตก ก็นับว่าเป็นผลมาจากการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ที่นำไปสู่ความก้าวหน้า ทางด้านเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง และส่งผลกระทบทำให้ทวีปยุโรปเป็นดินแดนที่นำหน้าทวีปอื่นๆ ทั้งทางด้านอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีมาจนถึงปัจจุบัน

1 ความคิดเห็น:

e_baung - - zz said...

แหะๆ ม่ายมีรัยทำ มาเที่ยวกุ่ม 5 น้า อิอิ ตั้งจายทำงานด้วย

ทำรายงานกลุ่มออนไลน์กับ Google Doc

การใช้ Google Doc ผู้สอนต้องมี Gmail สามารถแบ่งกลุ่มออนไลน์ โดยนักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการนำสนอเนื้อหาในที่มอบหมายแบบออนไลน์ ผู้เรียนแต่ละคนเพิ่มเนื้อหา ตกแต่งและแก้ไขที่เพื่อนทำมาแล้วได้ นอกจากนี้ผู้สอนสามารถตรวจสอบการเข้ามาใช้ Doc ของนักเรียนแต่ละคนได้จาก History

Time

Followers

Google Doc

ท่านชอบเรียนสาระใดในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม