6/10/07

กลุ่มที่ 2

กลุ่ม 2 รายงานตัวด้วยค่ะ

1. เด็กชายชวัลวิทย์ พรหมนิมิตร เลขที่ 2

2. Nor นอร์ เด็กชายอาสา สาและ เลขที่ 17

3.เดี่ยว(หลานไอนุชดำๆ) เด็กชายอดิศร สร้อยสุนทร เลขที่ 15

4.mide มายด์ เด็กหญิงทิศาวดี จันแกมแก้ว เลขที่ 19
เอาเรามาว่ากันเกี่ยวกับแม่น้ำในทวีปยุโรปนะ(อันนี้ขอบอกว่าหาข้อมูลยากมาก แต่ไม่พรื่อมันไม่เกินความสามารถระดับเด็กไอคิวสูงอย่างพวกเราหรอ)

มาเข้าเรื่องกันเลย

ในทวีปยุโรปถึงแม้ว่าจะมีความยาวไม่เท่ากับแม่น้ำสายยาวๆ ในทวีปเอเซีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ แต่ก็ใช้ประโยชน์ในด้านการคมนาคมขนส่งได้มาก เพราะมีน้ำไหลสม่ำเสมอตลอดทั้งปี และมีการขุดคลองเชื่อมแม่น้ำสายต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เดินเรือได้สะดวก โดยเฉพาะแม่น้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสายใหญ่ นับว่ามีความสำคัญมากกว่าแม่น้ำที่ไหลลงมหาสมุทรอาร์กติกและทะเลภายในต่างๆ ซึ่งอยู่นอกเส้นทางการค้า

แม่น้ำโวลก้า ภาษาอังกฤษ "Volga" ภาษารัสเซีย "Волга" อ่านว่า โวล - ก้า เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของยุโรปมีความยาวทั้งสิ้น 3,690 กิโลเมตร และถือกันโดยทั่วไปว่าเป็น แม่น้ำประจำชาติรัสเซีย มันไหลผ่านทางด้านตะวันตกของประเทศ และเป็นแกนหลักของระบบ แม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป แหล่งเก็บกักน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกบางแห่ง ก็อยู่ตามแนวลำน้ำสายนี้ หาก รวมความยาวของแม่น้ำสายย่อย และคูคลองต่างๆ ทั้งหมดที่มีทั้งสิ้น 151,000 สาย แม่น้ำจะยาวถึง 574,000 กิโลเมตร และหากรวมพื้นที่ของลำน้ำทั้งหมด จะเทียบเท่ากับ 1 ใน 3 ของอาณาเขตฝั่งยุโรปของรัสเซีย โวลก้า แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือโวลก้าตอนบน ,โวลก้าตอนกลาง และโวลก้าตอนล่าง

ชื่อ "โวลก้า" มาจากไหน ยังไม่รู้

เรื่องที่มาของชื่อโวลก้า ยังเป็นที่ถกเถียงกัน บางฝ่ายเชื่อว่าชื่อแม่น้ำน่าจะมีรากมาจากภาษาฟินแลนด์ ขณะที่บางคนก็บอกว่า ชื่อนี้คล้ายกับคำในภาษาสลาฟ ที่แปลว่า เปียก หรือ ชื้น นอกจากชื่อโวลก้าแล้ว คนหลายเชื้อชาติยังเรียกชื่อแม่น้ำนี้แตกต่างกันไป ปโตเลมี เรียกมันว่า รา ขณะที่ในยุคกลาง เรียกมันว่า อิทิล หรือ เอเทล

การเดินทาง

ต้นน้ำของแม่น้ำอยู่ที่เนินเขาวัลได ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 225 เมตร ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมอสโก และห่างจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 320 กิโลเมตร แม่ น้ำไหลมาทางตะวันออกจนมาถึงเมืองคาซาน จากที่นี่มันได้วกลงใต้ และออกสู่ทะเลแคสเปียนที่เมืองอัสตราคาน ซึ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 28 เมตร

พวกพ้องมากมาย

โวลก้ามีระบบแม่น้ำสายย่อยมากมาย ที่สำคัญก็อย่างเช่นแม่น้ำ กามา , โอกา , เว็ตลูก้า และ ซูร่า แม่น้ำโวลก้า และแม่น้ำสายย่อยของมันถูกเรียกรวมกันว่า ระบบแม่น้ำโวลก้า ที่ให้ความชุ่มชื้นกับพื้นที่ 1.35 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่มีประชากรอยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดของรัสเซีย บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโวลก้ามีความยาวราว 160 กิโลเมตร โดยประกอบด้วยแม่น้ำสายเล็กๆและคลองมากถึง 500 สาย และเป็นบริเวณเดียวในรัสเซียที่เราสามารถพบดอกบัว นกเพลิแกน และนกฟลามิงโก้ได้ ในช่วง 3 เดือนของฤดูหนาว แม่น้ำจะถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งเกือบตลอดความยาวลำน้ำ

แหล่งความมั่งคั่ง

ตามแนวลำน้ำ มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ถึง 9 แห่ง และเขื่อนใหญ่อีกหลายแห่ง ก่อให้เกิดเป็นแหล่งเก็บกักน้ำหลังเขื่อนขนาดใหญ่มากมาย

โวลก้ามีความสำคัญต่อระบบการขนส่งและการเดินเรือภายในประเทศอย่างมาก เขื่อนทุกแห่งตามแนว ลำน้ำ มีระบบชิพล็อกขนาดใหญ่ ที่จะทำให้เรือขนาดใหญ่ สามารถเดินทางจากปลายสุดของแม่น้ำ ขึ้น ไปจนเกือบถึงบริเวณต้นน้ำได้ ระบบคลองมอสโก ทำหน้าที่เชื่อมต่อแม่น้ำโวลก้า กับแม่น้ำมัสควา , คลองโวลก้า - ดอน เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำดอน กับทะเลดำ ส่วนเส้นทางน้ำ โวลก้า - บอลติก เชื่อมต่อทะเลสาบทางเหนือ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และทะเลบอลติก ระบบสาธารณูปโภคทางน้ำเหล่านี้ ถูกออกแบบมาให้รองรับเรือขนาดใหญ่ได้ อย่างระบบชิพล็อกในแม่น้ำโวลก้ามีขนาดถึง 290 x 30 เมตร ส่วนในแม่น้ำ หรือคลองสายอื่นๆของโวลก้า อาจจะเล็กลงกว่านี้เล็กน้อย

มีเรือต่างชาติจำนวนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาวิ่งในเส้นทางสัญจรเหล่านี้ได้ แต่หลังจากที่รัสเซียมีการคบค้าสมาคมกับโลกภายนอกมากขึ้น คาดว่าในเร็วๆนี้นโยบายดังกล่าวอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง

โวลก้าให้ความชุ่มชื้นกับเขตตะวันตกของรัสเซียส่วนใหญ่ ดินที่อุดมสมบูรณ์ตามแนวชายฝั่งแม่น้ำ ทำให้ดินแดนแถบนี้เป็นแหล่งผลิตพืชธัญญาหารสำคัญ นอกจากนั้นแถวนี้ยังมีแร่ธาตุสำคัญมากมาย อุตสาหกรรมปิโตรเลียมจำนวนไม่น้อยมีศูนย์กลางอยู่ในเขตลำน้ำนี้ นอกจากนั้น แถบนี้ก็ยังพบก๊าซธรมชาติ เกลือ และโปแตส บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโวลก้า และ ทะเลแคสเปียนที่อยู่ใกล้ๆกัน เป็นแหล่งสัตว์น้ำที่ชุกชม โดยเมืองอัสตราคาน ถือเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไข่ปลาคาเวียร์

การที่อุตสาหกรรม และการเกษตรที่มีการใช้สารเคมีจำนวนมากไปกระจุกอยู่ตามแนวลำน้ำ ปัจจุบันจึง มีความวิตกเรื่องปัญหาสภาวะแวดล้อมของแม่น้ำ

แม่น้ำสีเลือด

ในช่วงสงครามกลางเมืองรัสเซีย โวลก้าก็เป็นสักขีพยานของการสู้รบครั้งใหญ่ และในสงครามโลกครั้งที่ 2 แม่น้ำโวลก้า ได้เห็น "ศึกแห่งสตาลินกราด" ซึ่งเป็นการสู้รบแย่งชิงเมืองสตาลินกราด (ปัจจุบันคือ โวลโกกราด)ระหว่างเยอรมนี และสหภาพโซเวียต ศึกครั้งนี้ถือเป็นศึกที่นองเลือดที่สุดของมนุษยชาติ



แม่น้ำดานูบต้นกำเนิดของแม่น้ำดานูบอยู่ในบริเวณป่าดำ (BLACK FOREST) เขตบาวาเรีย (BAVARIA) ของทางตอนใต้ประเทศเยอรมน"ดานูบ" ถือเป็นแม่น้ำสายสำคัญของยุโรป เพราะไหลผ่านหลายประเทศ เริ่มจากเยอรมัน (GERMANY), ออสเตรีย (AUSTRIA), ฮังการี (HUNGARY), สโลวะเกีย (SLOVAKIA), เซอร์เบียและมอนเตเนโกร (SERBIA AND MONTENEGRO), สโลเวเนีย (SLOVENIA), โครเอเชีย (CROATIA), บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา (BOSNIA AND HERZEGOVINA), บัลกาเรีย (BULGARIA) จนไหลลงสู่ทะเลดำ (BLACK SEA) ที่โรมาเนีย (ROMANIA) มีความยาว 2,759.99 กิโลเมตร เนื่องจากไหลผ่านหลายประเทศ แม่น้ำดานูบจึงถูกเรียกขานด้วยชื่อท้องถิ่นที่แตกต่างกัน เช่น เยอรมันเรียก "ดูเนา" (DONAU) สโลวัคเรียก "ดูไนย์" (DUNAJ) ฮังการีเรียก "ดูนา" (DUNA) เซอร์เบีย โครเอเชีย และบัลกาเรียเรียกเหมือนกันว่า "ดูนัฟ" (DUNAV) ส่วนโรมาเนียเรียก "ดูนาเรีย" (DUNAREA) กระนั้นก็ตาม ก็ยังมีแม่น้ำอีกประมาณ 300 สายที่ถือว่าเป็นสาขาที่ไหลมารวมกับแม่น้ำดานูบด้วย อาทิ แม่น้ำอินน์ (INN) และแม่น้ำดราวา (DRAVA) ในออสเตรีย, แม่น้ำโมราวา (MORAVA) ในเซอร์เบียและมอนเตเนโกร, แม่น้ำทิสซา (TISZA) ในฮังการี และแม่น้ำซาวา (SAVA) ในสโลเวเนียแม้ว่าแม่น้ำดานูบจะไหลผ่านหลายประเทศ ทว่า ช่วงที่ได้รับการยกย่องว่ามีทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดช่วงหนึ่งก็คือช่วงที่อยู่ในออสเตรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างเวียนนากับลินซ์ (LINZ) แต่ในด้านความสำคัญของการคมนาคมขนส่งทางน้ำมีไม่มากเท่ากับแม่น้ำไรน์และแม่น้ำเอลเบ เนื่องจากแม่น้ำดานูบไหลลงสู่ทะเลดำซึ่งเป็นทะเลภายใน ไม่ได้อยู่ในเส้นทางเดินเรือสายสำคัญของโลก

แม่น้ำเอลเบ มีต้นน้ำอยู่ในประเทศเช็คและสโลวัก ไหลผ่านประเทศเยอรมนีไปออกทะเลเหนือ มีความยาว กิโลเมตร เมืองท่าสำคัญที่ตั้งอยู่ใกล้ปากแม่น้ำ คือ เมืองฮัมบูร์ก เป็นเมืองท่าใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี เป็นแม่น้ำที่มีการกล่าวถึงโดยนักประพันธ์บางท่านว่า เป็นเสมือนเส้นแบ่งเขตแดนโดยทางตะวันออกไม่มีชนชั้นกลาง แต่ทางตะวันตกจะมีการใช้คำนี้เรียกพ่อค้า นายธนาคาร และผู้ประกอบอาชีพต่างๆ

แม่น้ำไรน์

มีต้นน้ำอยู่ที่เทือกเขาแอลป์ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไหลผ่านประเทศสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นไปทางเหนือ จนถึงพรมแดนระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนีแล้วไหลต่อเข้าไปในประเทศเยอรมนีและประเทศเนเธอร์แลนด์ ไปออกทะเลเหนือ มีความยาว 1312 กิโลเมตร แม่น้ำไรน์ นับเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ ที่มีความสำคัญมากที่สุดของทวีปยุโรปการส่งสินค้าตามลำน้ำสายนี้มีเป็นจำนวนมาก สินค้าสำคัญ ได้แก่ ถ่านหิน แร่เหล็ก และแป้งสาลี โดยเฉพาะถ่านหิน เป็นสินค้าที่มีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากแม่น้ำไรน์ไหลผ่านย่านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ถ่านหินของประเทศเยอรมนี แม่น้ำสายนี้จึงได้รับสมญาว่าเป็นแม่น้ำถ่านหิน (Coal River) ประโยชน์ที่เราได้รับจากแม่น้ำไรน์คืออย่างแรก : การขนส่งทางน้ำเป็นการขนส่งที่ต้นทุนถูกมากๆ และยิ่งแม่น้ำไรน์ทอดยาวไปทั่วยุโรปตะวันตก ซึ่งไปออกทะเลที่เนเธอร์แลนด์ ยิ่งทำให้การคมนาคมทางน้ำกลายเป็นหัวใจหลักของแต่ละประเทศที่แม่น้ำไหลผ่าน 2 ฝั่งแม่น้ำดูสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างที่สอง : เมื่อเป็นดังนั้นสองฝั่งแม่น้ำยังมีการขนส่งมวลชนอีก 2 อย่างคือ ถนนสำหรับรถยนต์และรถไฟสำหรับการเดินทาง หมายความว่า การตัดถนนและทำทางรถไฟ สองข้างทางเป็นสุดยอดของระบบขนส่งที่ลงทุนหนเดียวคือการป้องกันไม่ให้แม้น้ำเซาะฝั่งไปในคราวเดียวกัน ขณะเดียวกันพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำก็ทำประโยชน์อะไรยากจึงทำเส้นทางการเดินทางที่สะดวกและเป็นชุมชนไปในตัวอย่างที่สาม : เมื่อมีการคมนาคมที่สะดวกจึงเกิดเป็นชุมชนที่แลกเปลี่ยนสินค้าหรือการค้า มีการเก็บค่าขึ้นระวางสินค้า ดังนั้นตลอดเส้นทางจะมีร้านอาหาร ภัตตาคารและโรงแรมเล็กๆ ที่ดูสวยงาม สามารถพักดื่มด่ำบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำไรน์ได้เป็นอย่างดีเมืองท่า สำคัญที่ตังอยู่ที่ปากแม่น้ำไรน์ในประเทศเนเธอร์แลนด์ คือ เมืองรอตเตอร์ดัม เป็นเมืองท่าที่มีจำนวนเรือสินค้ามาจอดรับส่งสินค้ามากกว่าเมืองท่าอื่นๆ ของทวีปยุโรป จนทำให้ได้รับสมญานามว่า แม่น้ำนานาชาติของยุโรป

นอกจากนี้ทวีปยุโรปยังมีแม่น้ำหลายสายที่สำคัญต่อการค้าขาย การคมนาคม เช่น

แม่น้ำลัวร์ที่ไหลผ่านออสเตรีย แม่น้ำเซน แม่น้ำเวเซอร์ แม่น้ำเอลเบ แม่น้ำโอเดอร์ แม่น้ำวิสตูลา ที่ไหลจากตอนกลางทวีป

งานของกลุ่มเราเป็นงานที่อัฟสุดๆ เอาเป็นว่าก็ดูคนทำบางดิไอคิวระดับสูงแค่ไหนเรื่องนี้ไม่ต้องไปกล่าวถึง เรื่องความรู้นี้ก็อัดแน่นก็อย่างเดิมบอกไปแล้วว่าคนมันเก่ง

ครูคับคราวเรานี้กลุ่มเราทุ่มสุดฝีมือขนาดลงทุนไปศึกษาจริงจ้างเรือวิคตอเรียไปดูสถานที่จริงเอาเป็นว่า โอแล้วกัน หวังว่าคราวนี้ครูคงจะใจดีให้คะแนนเต็มซะเลย ...

1 comment:

e_baung - - zz said...

แหะๆ ม่ายมีรัยทำ มาเที่ยวกุ่ม 2 น้า อิอิ ตั้งจายทำงานด้วยล่ะ

ทำรายงานกลุ่มออนไลน์กับ Google Doc

การใช้ Google Doc ผู้สอนต้องมี Gmail สามารถแบ่งกลุ่มออนไลน์ โดยนักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการนำสนอเนื้อหาในที่มอบหมายแบบออนไลน์ ผู้เรียนแต่ละคนเพิ่มเนื้อหา ตกแต่งและแก้ไขที่เพื่อนทำมาแล้วได้ นอกจากนี้ผู้สอนสามารถตรวจสอบการเข้ามาใช้ Doc ของนักเรียนแต่ละคนได้จาก History

Time

Followers

Google Doc

ท่านชอบเรียนสาระใดในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม