กลุ่ม 2 รายงานตัวด้วยค่ะ
1. 林 长 浩 เด็กชายชวัลวิทย์ พรหมนิมิตร เลขที่ 2
2. Nor นอร์ เด็กชายอาสา สาและ เลขที่ 17
มาเข้าเรื่องกันเลย
ในทวีปยุโรปถึงแม้ว่าจะมีความยาวไม่เท่ากับแม่น้ำสายยาวๆ ในทวีปเอเซีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ แต่ก็ใช้ประโยชน์ในด้านการคมนาคมขนส่งได้มาก เพราะมีน้ำไหลสม่ำเสมอตลอดทั้งปี และมีการขุดคลองเชื่อมแม่น้ำสายต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เดินเรือได้สะดวก โดยเฉพาะแม่น้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสายใหญ่ นับว่ามีความสำคัญมากกว่าแม่น้ำที่ไหลลงมหาสมุทรอาร์กติกและทะเลภายในต่างๆ ซึ่งอยู่นอกเส้นทางการค้า


แม่น้ำโวลก้า ภาษาอังกฤษ "Volga" ภาษารัสเซีย "Волга" อ่านว่า โวล - ก้า เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของยุโรปมีความยาวทั้งสิ้น 3,690 กิโลเมตร และถือกันโดยทั่วไปว่าเป็น แม่น้ำประจำชาติรัสเซีย มันไหลผ่านทางด้านตะวันตกของประเทศ และเป็นแกนหลักของระบบ แม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป แหล่งเก็บกักน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกบางแห่ง ก็อยู่ตามแนวลำน้ำสายนี้ หาก รวมความยาวของแม่น้ำสายย่อย และคูคลองต่างๆ ทั้งหมดที่มีทั้งสิ้น 151,000 สาย แม่น้ำจะยาวถึง 574,000 กิโลเมตร และหากรวมพื้นที่ของลำน้ำทั้งหมด จะเทียบเท่ากับ 1 ใน 3 ของอาณาเขตฝั่งยุโรปของรัสเซีย โวลก้า แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือโวลก้าตอนบน ,โวลก้าตอนกลาง และโวลก้าตอนล่าง
ชื่อ "โวลก้า" มาจากไหน ยังไม่รู้
เรื่องที่มาของชื่อโวลก้า ยังเป็นที่ถกเถียงกัน บางฝ่ายเชื่อว่าชื่อแม่น้ำน่าจะมีรากมาจากภาษาฟินแลนด์ ขณะที่บางคนก็บอกว่า ชื่อนี้คล้ายกับคำในภาษาสลาฟ ที่แปลว่า เปียก หรือ ชื้น นอกจากชื่อโวลก้าแล้ว คนหลายเชื้อชาติยังเรียกชื่อแม่น้ำนี้แตกต่างกันไป ปโตเลมี เรียกมันว่า รา ขณะที่ในยุคกลาง เรียกมันว่า อิทิล หรือ เอเทล
การเดินทาง
ต้นน้ำของแม่น้ำอยู่ที่เนินเขาวัลได ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 225 เมตร ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมอสโก และห่างจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 320 กิโลเมตร แม่ น้ำไหลมาทางตะวันออกจนมาถึงเมืองคาซาน จากที่นี่มันได้วกลงใต้ และออกสู่ทะเลแคสเปียนที่เมืองอัสตราคาน ซึ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 28 เมตร
พวกพ้องมากมาย
โวลก้ามีระบบแม่น้ำสายย่อยมากมาย ที่สำคัญก็อย่างเช่นแม่น้ำ กามา , โอกา , เว็ตลูก้า และ ซูร่า แม่น้ำโวลก้า และแม่น้ำสายย่อยของมันถูกเรียกรวมกันว่า ระบบแม่น้ำโวลก้า ที่ให้ความชุ่มชื้นกับพื้นที่ 1.35 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่มีประชากรอยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดของรัสเซีย บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโวลก้ามีความยาวราว 160 กิโลเมตร โดยประกอบด้วยแม่น้ำสายเล็กๆและคลองมากถึง 500 สาย และเป็นบริเวณเดียวในรัสเซียที่เราสามารถพบดอกบัว นกเพลิแกน และนกฟลามิงโก้ได้ ในช่วง 3 เดือนของฤดูหนาว แม่น้ำจะถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งเกือบตลอดความยาวลำน้ำ
แหล่งความมั่งคั่ง
ตามแนวลำน้ำ มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ถึง 9 แห่ง และเขื่อนใหญ่อีกหลายแห่ง ก่อให้เกิดเป็นแหล่งเก็บกักน้ำหลังเขื่อนขนาดใหญ่มากมาย
โวลก้ามีความสำคัญต่อระบบการขนส่งและการเดินเรือภายในประเทศอย่างมาก เขื่อนทุกแห่งตามแนว ลำน้ำ มีระบบชิพล็อกขนาดใหญ่ ที่จะทำให้เรือขนาดใหญ่ สามารถเดินทางจากปลายสุดของแม่น้ำ ขึ้น ไปจนเกือบถึงบริเวณต้นน้ำได้ ระบบคลองมอสโก ทำหน้าที่เชื่อมต่อแม่น้ำโวลก้า กับแม่น้ำมัสควา , คลองโวลก้า - ดอน เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำดอน กับทะเลดำ ส่วนเส้นทางน้ำ โวลก้า - บอลติก เชื่อมต่อทะเลสาบทางเหนือ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และทะเลบอลติก ระบบสาธารณูปโภคทางน้ำเหล่านี้ ถูกออกแบบมาให้รองรับเรือขนาดใหญ่ได้ อย่างระบบชิพล็อกในแม่น้ำโวลก้ามีขนาดถึง 290 x 30 เมตร ส่วนในแม่น้ำ หรือคลองสายอื่นๆของโวลก้า อาจจะเล็กลงกว่านี้เล็กน้อย
มีเรือต่างชาติจำนวนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาวิ่งในเส้นทางสัญจรเหล่านี้ได้ แต่หลังจากที่รัสเซียมีการคบค้าสมาคมกับโลกภายนอกมากขึ้น คาดว่าในเร็วๆนี้นโยบายดังกล่าวอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง
โวลก้าให้ความชุ่มชื้นกับเขตตะวันตกของรัสเซียส่วนใหญ่ ดินที่อุดมสมบูรณ์ตามแนวชายฝั่งแม่น้ำ ทำให้ดินแดนแถบนี้เป็นแหล่งผลิตพืชธัญญาหารสำคัญ นอกจากนั้นแถวนี้ยังมีแร่ธาตุสำคัญมากมาย อุตสาหกรรมปิโตรเลียมจำนวนไม่น้อยมีศูนย์กลางอยู่ในเขตลำน้ำนี้ นอกจากนั้น แถบนี้ก็ยังพบก๊าซธรมชาติ เกลือ และโปแตส บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโวลก้า และ ทะเลแคสเปียนที่อยู่ใกล้ๆกัน เป็นแหล่งสัตว์น้ำที่ชุกชม โดยเมืองอัสตราคาน ถือเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไข่ปลาคาเวียร์
การที่อุตสาหกรรม และการเกษตรที่มีการใช้สารเคมีจำนวนมากไปกระจุกอยู่ตามแนวลำน้ำ ปัจจุบันจึง มีความวิตกเรื่องปัญหาสภาวะแวดล้อมของแม่น้ำ
แม่น้ำสีเลือด
ในช่วงสงครามกลางเมืองรัสเซีย โวลก้าก็เป็นสักขีพยานของการสู้รบครั้งใหญ่ และในสงครามโลกครั้งที่ 2 แม่น้ำโวลก้า ได้เห็น "ศึกแห่งสตาลินกราด" ซึ่งเป็นการสู้รบแย่งชิงเมืองสตาลินกราด (ปัจจุบันคือ โวลโกกราด)ระหว่างเยอรมนี และสหภาพโซเวียต ศึกครั้งนี้ถือเป็นศึกที่นองเลือดที่สุดของมนุษยชาติ
แม่น้ำเอลเบ มีต้นน้ำอยู่ในประเทศเช็คและสโลวัก ไหลผ่านประเทศเยอรมนีไปออกทะเลเหนือ มีความยาว กิโลเมตร เมืองท่าสำคัญที่ตั้งอยู่ใกล้ปากแม่น้ำ คือ เมืองฮัมบูร์ก เป็นเมืองท่าใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี เป็นแม่น้ำที่มีการกล่าวถึงโดยนักประพันธ์บางท่านว่า เป็นเสมือนเส้นแบ่งเขตแดนโดยทางตะวันออกไม่มีชนชั้นกลาง แต่ทางตะวันตกจะมีการใช้คำนี้เรียกพ่อค้า นายธนาคาร และผู้ประกอบอาชีพต่างๆ
แม่น้ำไรน์
มีต้นน้ำอยู่ที่เทือกเขาแอลป์ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไหลผ่านประเทศสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นไปทางเหนือ จนถึงพรมแดนระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนีแล้วไหลต่อเข้าไปในประเทศเยอรมนีและประเทศเนเธอร์แลนด์ ไปออกทะเลเหนือ มีความยาว 1312 กิโลเมตร แม่น้ำไรน์ นับเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ ที่มีความสำคัญมากที่สุดของทวีปยุโรปการส่งสินค้าตามลำน้ำสายนี้มีเป็นจำนวนมาก สินค้าสำคัญ ได้แก่ ถ่านหิน แร่เหล็ก และแป้งสาลี โดยเฉพาะถ่านหิน เป็นสินค้าที่มีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากแม่น้ำไรน์ไหลผ่านย่านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ถ่านหินของประเทศเยอรมนี แม่น้ำสายนี้จึงได้รับสมญาว่าเป็นแม่น้ำถ่านหิน (Coal River) ประโยชน์ที่เราได้รับจากแม่น้ำไรน์คืออย่างแรก : การขนส่งทางน้ำเป็นการขนส่งที่ต้นทุนถูกมากๆ และยิ่งแม่น้ำไรน์ทอดยาวไปทั่วยุโรปตะวันตก ซึ่งไปออกทะเลที่เนเธอร์แลนด์ ยิ่งทำให้การคมนาคมทางน้ำกลายเป็นหัวใจหลักของแต่ละประเทศที่แม่น้ำไหลผ่าน 2 ฝั่งแม่น้ำดูสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างที่สอง : เมื่อเป็นดังนั้นสองฝั่งแม่น้ำยังมีการขนส่งมวลชนอีก 2 อย่างคือ ถนนสำหรับรถยนต์และรถไฟสำหรับการเดินทาง หมายความว่า การตัดถนนและทำทางรถไฟ สองข้างทางเป็นสุดยอดของระบบขนส่งที่ลงทุนหนเดียวคือการป้องกันไม่ให้แม้น้ำเซาะฝั่งไปในคราวเดียวกัน ขณะเดียวกันพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำก็ทำประโยชน์อะไรยากจึงทำเส้นทางการเดินทางที่สะดวกและเป็นชุมชนไปในตัวอย่างที่สาม : เมื่อมีการคมนาคมที่สะดวกจึงเกิดเป็นชุมชนที่แลกเปลี่ยนสินค้าหรือการค้า มีการเก็บค่าขึ้นระวางสินค้า ดังนั้นตลอดเส้นทางจะมีร้านอาหาร ภัตตาคารและโรงแรมเล็กๆ ที่ดูสวยงาม สามารถพักดื่มด่ำบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำไรน์ได้เป็นอย่างดีเมืองท่า สำคัญที่ตังอยู่ที่ปากแม่น้ำไรน์ในประเทศเนเธอร์แลนด์ คือ เมืองรอตเตอร์ดัม เป็นเมืองท่าที่มีจำนวนเรือสินค้ามาจอดรับส่งสินค้ามากกว่าเมืองท่าอื่นๆ ของทวีปยุโรป จนทำให้ได้รับสมญานามว่า แม่น้ำนานาชาติของยุโรป
นอกจากนี้ทวีปยุโรปยังมีแม่น้ำหลายสายที่สำคัญต่อการค้าขาย การคมนาคม เช่น
แม่น้ำลัวร์ที่ไหลผ่านออสเตรีย แม่น้ำเซน แม่น้ำเวเซอร์ แม่น้ำเอลเบ แม่น้ำโอเดอร์ แม่น้ำวิสตูลา ที่ไหลจากตอนกลางทวีป
งานของกลุ่มเราเป็นงานที่อัฟสุดๆ เอาเป็นว่าก็ดูคนทำบางดิไอคิวระดับสูงแค่ไหนเรื่องนี้ไม่ต้องไปกล่าวถึง เรื่องความรู้นี้ก็อัดแน่นก็อย่างเดิมบอกไปแล้วว่าคนมันเก่ง
ครูคับคราวเรานี้กลุ่มเราทุ่มสุดฝีมือขนาดลงทุนไปศึกษาจริงจ้างเรือวิคตอเรียไปดูสถานที่จริงเอาเป็นว่า โอแล้วกัน หวังว่าคราวนี้ครูคงจะใจดีให้คะแนนเต็มซะเลย ...
1 ความคิดเห็น:
แหะๆ ม่ายมีรัยทำ มาเที่ยวกุ่ม 2 น้า อิอิ ตั้งจายทำงานด้วยล่ะ
Post a Comment